หากคุณเป็นแฟนหนังสยองขวัญยุค 90 ที่ผสมผสานความตลกโปกฮา คงไม่มีใครไม่รู้จัก Leprechaun หนังแนวสยองขวัญตลกร้ายที่โด่งดังจากบทบาทการแสดงสุดป่วนของ Warwick Davis ในชุดโกสต์จอมอาฆาต ล่าสุดแฟรนไชส์นี้กลับมาอีกครั้งในปี 2018 กับ Leprechaun Returns ภาคต่อที่แม้จะไร้ Warwick แต่ก็ยังคงความสนุกและความโกลาหลไว้ได้อย่างครบครัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อกลุ่มพี่น้องสตรีแห่งชมรมหนึ่งตัดสินใจสร้างบ้านสมาคมบนพื้นที่ซึ่งเป็นดินแดนของเลพริคอน โดยไม่รู้ว่าพวกเธอกำลังปลุกปีศาจแคระจอมพยาบาทที่ซ่อนตัวอยู่ในบ่อน้ำให้ตื่นขึ้นมา เลพริคอนจึงออกอาละวาดตามล่าพวกเธอเพื่อทวงรองเท้าสีทองของเขา ด้านหนึ่งก็มีนักศึกษาหนุ่มที่ตกหลุมรักสาวในชมรมคอยช่วยเหลือ แต่ทุกคนก็ต้องหาทางหยุดยั้งความชั่วร้ายนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป
งานการแสดงและตัวละคร
Taylor Spreitler รับบท Lila สาวน้อยผู้เป็นลูกสาวของนางเอกภาคแรก เธอเล่นได้ค่อนข้างดี ถ่ายทอดความกล้าหาญและความหัวเสียออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ Pepi Sonuga (Katie) และ Sai Bennett (Rose) ก็ช่วยสร้างสีสันให้กับกลุ่มเพื่อนสาวได้อย่างมีชีวิตชีวา แต่ตัวละครที่มีเสน่ห์ที่สุดคงหนีไม่พ้นเลพริคอนในภาคนี้ที่รับบทโดย Linden Porco ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ Warwick Davis แต่ก็สามารถสืบทอดความป่วนและความโหดได้อย่างสมศักดิ์ศรี
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Steven Kostanski ที่มีผลงานแนวสยองขวัญตลกมาก่อน (เช่น The Void, Manborg) สามารถรักษาโทนของหนังให้สมดุลระหว่างความสยองกับความตลกได้ดี งานภาพมีสีสันสดใส การจัดแสงในฉากกลางคืนทำได้น่าขนลุกพอสมควร ส่วนดนตรีประกอบก็ใช้ธีมจำง่ายจากภาคก่อน แต่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Leprechaun Returns ไม่ได้พยายามจะเป็นหนังสยองขวัญที่จริงจังหรือมีชั้นเชิง มันคือหนังที่รู้จักตัวเองดีว่าเป็น 'หนังขายความบันเทิง' ชนิดที่คุณดูแล้วหัวเราะกับความแอ๊บแบ๊วของเลพริคอนไปพร้อมกับสะดุ้งกันแบบขำๆ แม้พล็อตจะไม่ซับซ้อนและตัวละครบางตัวก็ตายอย่างง่ายดาย แต่เสน่ห์ของหนังอยู่ที่ความไม่เอาถ่านและความสนุกแบบไร้สาระ ซึ่งน่าจะถูกใจแฟนหนังแนวนี้โดยเฉพาะ
สรุป
Leprechaun Returns เป็นหนังที่เหมาะสำหรับคอหนังสยองขวัญตลกที่อยากดูอะไรเบาสมอง ไม่ต้องคิดมาก ถ้าคุณชอบความป่วนของเลพริคอนและไม่ซีเรียสกับตรรกะในหนัง ก็สนุกกับมันได้ แต่ถ้าคุณคาดหวังหนังสยองขวัญคุณภาพเยี่ยม อาจจะผิดหวัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เลพริคอนยังคงความป่วนและน่ากลัวในแบบฉบับของตัวเอง
- +บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยเพิ่มสีสันให้กับหนัง
- +ความยาวพอดี ไม่ยืดเยื้อ
- +มีมุขตลกที่ถูกจังหวะ
👎 จุดด้อย
- −การแสดงของนักแสดงบางคนยังแข็ง
- −เทคนิคพิเศษบางฉากดูเก่าไปหน่อย
- −พล็อตเรื่องซ้ำซากกับภาคก่อน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็น แต่ถ้าดูภาคแรกจะทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครและมุกอ้างอิงมากขึ้น
เป็นหนังสยองขวัญตลก (horror comedy) ที่เน้นความสนุกและมุขตลกมากกว่าความสยองขวัญจริงจัง
หนังเรื่องนี้เป็นภาคที่ 8 ของแฟรนไชส์ Leprechaun แต่เป็นภาคต่อโดยตรงจากภาคแรก (1993)