เมื่อผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Takashi Miike หันมาจับงานซีรีส์เกาหลีสักเรื่อง คุณคงคาดหวังอะไรที่แปลกใหม่และสะเทือนอารมณ์ไม่น้อย และ ‘เผ่าพันธุ์อมตะ’ (Connect) ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ซีรีส์แนวอาชญากรรม-ลึกลับ-ไซไฟ ที่เล่าเรื่องของมนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ‘คอนเน็ค’ ซึ่งมีพลังในการเชื่อมต่อทางประสาทสัมผัส และเมื่อดวงตาข้างหนึ่งของพระเอกถูกขโมยไป เขากลับพบว่าผู้ขโมยคือฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังอาละวาด การตามล่าจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับปริศนาที่ชวนติดตาม
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวของ ฮาดงซู (รับบทโดย Jung Hae-in) ชายหนุ่มที่เป็น ‘คอนเน็ค’ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ตายง่ายและสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้ วันหนึ่งเขาถูกลักพาตัวโดยกลุ่มค้าอวัยวะ และถูกตัดดวงตาข้างหนึ่งไป ต่อมาเขาพบว่าดวงตาของเขาถูกปลูกถ่ายให้กับ โอจินซอบ (รับบทโดย Go Kyung-pyo) ซึ่งเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคม ฮาดงซูจึงสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่ฆาตกรเห็น กลายเป็นพยานเงาที่ต้องพยายามหยุดยั้งการฆาตกรรมครั้งต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางเอาดวงตาคืนมา ซีรีส์ดำเนินเรื่องรวดเร็ว ตื่นเต้น และแฝงปริศนาที่ค่อยๆ เปิดเผยทีละน้อยโดยไม่สปอยล์ตอนจบ
งานการแสดงและตัวละคร
Jung Hae-in สวมบทบาทฮาดงซูได้อย่างน่าประทับใจ เขาถ่ายทอดความเจ็บปวด ความสับสน และความมุ่งมั่นของตัวละครได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ผ่านดวงตาเพียงข้างเดียว ส่วน Go Kyung-pyo ในบทโอจินซอบก็เล่นได้น่าขนลุก เขาสร้างตัวละครฆาตกรที่ทั้งดูธรรมดาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน การแสดงของเขาทำให้เราหมดคำพูดเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตัวละคร Kim Hye-jun ในบท최이랑 (Choi Irang) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวได้ดี เธอแสดงถึงความแข็งแกร่งและอ่อนแอได้อย่างสมดุล
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ด้วยฝีมือของ Takashi Miike ที่เคยสร้างผลงานสยองขวัญระดับตำนานอย่าง Audition และ Ichi the Killer ซีรีส์เรื่องนี้มีลายเซ็นของเขาชัดเจน งานภาพมืดหม่น โทนสีเข้ม และการใช้แสงเงาที่สื่อถึงความลึกลับและอันตราย ฉากแอ็กชันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างโหดเหี้ยมแต่ก็มีศิลปะ ดนตรีประกอบโดย Kim Dong-wook ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่น่าขนลุกและเร้าอารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะในฉากที่พระเอกต้องเผชิญหน้ากับฆาตกร ดนตรีช่วยเพิ่มความตึงเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ‘เผ่าพันธุ์อมตะ’ น่าสนใจคือแนวคิดเรื่อง ‘การเชื่อมต่อ’ ที่ไม่ใช่แค่พลังเหนือธรรมชาติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับความเจ็บปวดของผู้อื่น การที่พระเอกต้องมองเห็นทุกอย่างผ่านดวงตาของฆาตกร ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์นี้ตั้งคำถามถึงธรรมชาติของความดีและความชั่ว เส้นแบ่งระหว่างเหยื่อและผู้ร้ายบางครั้งก็เลือนลาง นอกจากนี้ ยังมีการวิพากษ์สังคมเกี่ยวกับธุรกิจค้าอวัยวะและการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด แม้บางช่วงจะดำเนินเรื่องเร็วเกินไปจนขาดรายละเอียด แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่กล้าเล่าเรื่องและชวนให้คิดตาม
สรุป
‘เผ่าพันธุ์อมตะ’ (Connect) เป็นซีรีส์ที่กล้าแตกต่าง ผสมผสานแนวไซไฟ สืบสวน และดราม่าได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวที่มีแนวคิดล้ำลึกและไม่กลัวความรุนแรง หากคุณเป็นแฟนของ Takashi Miike หรือมองหาซีรีส์ที่ท้าทายความคิด เรื่องนี้คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +แนวคิดสร้างสรรค์และไม่ซ้ำใคร
- +การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ยอดเยี่ยม
- +บรรยากาศเข้มข้น ชวนติดตาม
- +งานกำกับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
👎 จุดด้อย
- −บางช่วงเนื้อเรื่องรวบรัดเกินไป
- −ตัวละครรองบางตัวยังพัฒนาไม่เต็มที่
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีทั้งหมด 6 ตอน จบในซีซันเดียว
ซีรีส์ดัดแปลงจากเว็บตูนชื่อ Connect ของผู้เขียน Shin Dae-sung
มีฉากเลือดและความรุนแรงพอสมควร แต่ไม่ถึงขั้นสยองขวัญจัด เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวลึกลับ-สืบสวน
Jung Hae-in ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการแสดงอารมณ์ผ่านดวงตาเพียงข้างเดียว